การบูชาพระพิฆเณศ

มนต์แห่งพระคเณศเป็นมนต์ที่ให้พลังอำนาจยิ่งใหญ่ มนต์แต่ละบทประกอบไปด้วยอำนาจพิเศษของพระคเณศ เมื่อใดก็ตามที่ได้ท่องสวดพร้อมกับการปรันยัน (อาบน้ำชำระร่างกาย) แล้วประกอบพิธีบูชาจะนำมาซึ่งผลบุญที่ดี สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ ผู้ที่จะสวดมนต์แห่พระคเณศควรจะต้องอาบน้ำชำระร่างกายหรือล้างมือล้างเท้าก่อนที่จะนั่งและสวดมนต์ทั้งหลายนี้ เช่นเดียวกัน เขาจะต้องทำปรันยันสามหนหรือมากกว่าก่อนที่จะสวด ต้องสวดมนต์อย่างน้อยให้ได้หนึ่งรอบของลูกประคำ (๑๐๘ครั้ง) และจะต้องกำหนดชั่วโมงและสถานที่เพื่อการท่องสวดมนตร์จะต้องทำติดต่อกันเป็นประจำ ๔๘ วัน นั่นหมายความว่าตั้งจิตประกอบสมาธิจำมาซึ่งสิทธิ์และอำนาจอันเร้นลับ ข้อเตือนก็คือ ผู้บูชาจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงไม่เจ็บไข้ในเวลาท่องสวดมนตร์และจะไม่กระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองอำนาจทั้งหลายนี้จะไม่บังเกิดผล หรือใช้ในทางที่ผิดจะเป็นผลตรงกันข้าม และเป็นที่สาปแช่งของเทวะ


๑)โอมฺ คัม คณะปัตเย นะมะหะ

มนต์ได้มาจากพระคัมภีร์ คเณศ อุปนิษัท ทุก ๆ ครั้งจะต้องเริ่มต้นการสวดมนต์นี้ก่อนออกเดินทางหรือในการเริ่มต้นบทเรียนใหม่ หรือก่อนเริ่มต้นการทำสัญญาธุรกิจใหม่ ก็เพื่อขจัดอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ต่อไปจะนำมาซึ่งความสำเร็จสมประสงค์

๒)โอมฺ นโม ภัควเต คชานนายะ นะมะหะ

มนต์นี้เป็นมนต์แห่งการกราบไหว้บูชาที่พระคเณศทรงโปรดมาก

๓)โอมฺ ศรี คเณศายะ นะมะหะ

มนต์นี้ส่วนมากจะต้องสั่งสอนให้เด็ก ๆ ท่องสวดเพื่อความรู้ความฉลาดที่จะได้รับ เพิ่มพลังการจดจำและให้ผลสำเร็จในการสอบ การเล่าเรียน เช่นเดียวกันคนทั่ว ๆ ไปอาจใช้มนต์นี้ได้ เพื่อความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจ

๔)โอมฺ วักรตุนทายะ ฮัม

มนต์นี้เป็นมนต์ที่มีอำนาจมากตามที่พรรณนาไว้ใน พระคเณศ ปุราณะ เมื่อใดเกิดเหตุขัดข้อง ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แล้วหรือเกิดเหตุร้ายขึ้น ควรทำสมาธิรำลึกถึงพระคเณศด้วยการสวดมนต์นี้ตลอดเวลา

๕) โอมฺ กษิปหะ ปรัสทายะ นะมะหะ

คำว่ากษิประ หมายความถึงความรวดเร็ว ถ้าหากว่าเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดบางสิ่งบางอย่างกับตัวท่านหรือบางอย่างเกี่ยวกับธุรกิจการงานที่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรแล้วควรจะตั้งจิตมั่นบูชาพระคเณศด้วยการสวดมนต์นี้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้รับพรให้หลุดพ้นจากเรื่องร้ายหรือภัยที่ร้ายแรงได้

๖) โฮมฺ ศรีม ฮรีม กลีม คลัม คัม คณะปัตเย วร วรัท สรวะ ชันมัย วศัมนายะ สวาหา


ในมนต์บทนี้มีพีชมนต์อยู่มากมาย (พืช-เมล็ด) อันความหมายอย่างอื่นคือ "แสดงถึงการให้พรแห่งความสุขสำหรับตัวท่าน ข้าพเจ้าขอทูลถวายตัวเองเป็นทาสรับใช้พระคเณศ"

๗) โอมฺ สุมุขายะ นะมะหะ

มนต์นี้มีความหมายอยู่มากมายแต่ทุกความหมายนั้นง่ายต่อความเข้าใจ มนต์นี้หมายความว่า ท่านจะต้องมีจิตใจที่งาม มีวิญญาณอันบริสุทธิ์ในความเป็นจริงในทุก ๆ สิ่ง ด้วยการประกอบสมาธิบูชาด้วยมนต์นี้ขอให้บังเกิดสิ่งที่ดีงามและของสวยงามกลับมายังตัวท่าน พร้อมด้วยความสุขสันติซึ่งมั่นคงติดแน่ดวงตาของท่านไปนานแสนนานและคำพูดทุกถ้อยคำซึ่งท่านได้พูดออกมาขอให้เต็มไปด้วยพลังแห่งความรัก

๘) โอมฺ เอกทันตายะ นะมะหะ

เอกทันตะ หมายถึงพระผู้ทรงมีงาเพียงข้างเดียวแห่งเศียรเป็นช้าง ซึ่งหมายความว่า พระองค์ทรงแบ่งแยกความดีและความชั่วออกเป็นสองฝ่ายและนำท่านไปสู่ความดีและเป็นที่โปรดของพระองค์ตลอดกาล ใครก็ตามที่มีจิตใจเป็นหนึ่งแน่วแน่ต่อการกราบไหว้บูชาแล้วจะได้ผลบุญตามที่ตนเองที่ปรารถนาอยากได้

๙) โอมฺ กปิลายะ นะมะหะ

กปิล หมายถึงว่าท่านสามารถที่จะแต่งเติมแต้มแห่งอายุรเวท ท่านสามารถสร้างสีสันรอบ ๆ ตัวท่านเองและรอบผู้อื่นได้ด้วยมนต์นี้ จงอาบน้ำชำระสิ่งทั้งหลายและตบแต่งมันให้สวยงามและเยียวยาให้ดีขึ้นได้ ตามมนต์ที่ท่านได้สวดขึ้นมาจะทำให้ท่านสามารถสร้างสีสันสวยงามได้ตามที่ต้องการและจะเป็นจริงเสมอ เพราะว่ามีอำนาจในมนต์เมื่อใดที่ท่านต้องการโดยเฉพาะอย่างในการรักษาผู้อื่นจะเป็นผลได้ในทันที

๑๐) โอมฺ คชากรันกายะ นะมะหะ

พระกรรณแห่งพระคเณศ ทรงกว้างใหญ่ ซึ่งหมายความว่าผู้บูชาไม่จำเป็นต้องกล่าวความยาว แต่ทว่าเขาจะไม่ได้รับในสิ่งที่ไร้ค่า นอกจากสิ่งที่สำคัญที่สุด มันหมายความว่าเขาจะไปอยู่ ณ ที่แห่งหนใดก็ตาม พระองค์จะทรงเสด็จไปได้

๑๑) โอมฺ สัมโพธรายะ นะมะหะ

หมายความว่าโลกทั้งหมดอยู่ในพระองค์ด้วยคำว่า "โอม"

๑๒) โอมฺ วิกตายะ นะมะหะ

หมายความว่าในความเป็นจริงของโลกใบนี้เหมือนความฝันหรือเป็นการเล่นละครเท่านั้น เมื่อมีความเข้าใจดีทุกอย่างว่าโลกทั้งหมดนี้ดูเหมือนความฝันโดยมีพวกเราทั้งหมดเป็นตัวแสดงโดยที่เราแสดงบทเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ ในความฝันนี้เราอาจถูกงูเห่ากัดตาย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาไม่เป็นอะไรเลย ชีวิตคือการแสดง ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราพิจารณาเหมือนหนึ่งการเล่นละคร มนต์นี้จะทำให้ผู้สวดเข้าใจดีถึงเรื่องราวทั้งหมด

๑๓) โอมฺ วิฆณะ นัษนายะ นะมะหะ

ในความเป็นจริงของทั้งหมด พระเจ้าทรงขจัดสิ่งกีดขวางหรืออุปสรรคทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากชีวิตเรา ด้วยความรู้แห่งมนต์นี้อุปสรรคทั้งหมดและพลังอำนาจแห่งเครื่องกีดขวางทางทั้งหลายก็จะถูกทำลายลงไปได้
 


การขอพรพระพิฆเนศ

ในการบูชาพระคเณศนั้น ท่านนักปราชญ์โบราณได้มีบทสวดบทบูชาเพื่อขอพรต่อพระคเณศซึ่งบทสวดนี้อาจจะมีความยาวมากนิดหน่อยือแต่บทสวดบูชาบทนี้นั้น กล่าวว่าถ้าผู้ใดได้หมั่นสวดท่องบูชาเป็นประจำ ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จ ตามความประสงค์ทุกประการ บทสวดนี้อันที่จริงเป็นภาษาบาลี แต่เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน จะใช้ภาษาไทยสวดทดแทนกัน บทสวดบูชาขอพรต่อพระคเณศด้วยโศลกแปดบท

"ขอน้อมนมัสการแด่พระศรีคเณศ”


๑. ขอนมัสการ พระคณนายก พระผู้ซึ่งมีงาข้างเดียว มีกายยิ่งใหญ่ มีผิวพรรณเสมือนทองคำที่ร้อน มีท้องใหญ่ มีเนตรไพศาล
๒. ขอนมัสการ พระคณนายก ซึ่งพระองค์รัดเอวไว้ด้วยเชือกหญ้าคา และหนังกวางดำ มีงูเป็นยัชโญปวีต (ยัช-ชะ-โย-ปะ-วีด) บนหน้าผากมีพระจันทร์เล็ก
๓. ขอนมัสการ พระคณนายก ซึ่งพระองค์ได้ประดับเพชร อัญมณีนานาบนร่าง และ สวมมาลัยไว้อย่างแปลกตา และสามารถแปลงรูปได้ตามประสงค์
๔. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์มีพระพักตร์ เป็นช้าง พระองค์เป็นเทพที่สูง หูพระองค์ใช้โบกปัดเหมือนแส้จามรี ท่านถืออาวุธปาศ และอังกุศ
๕. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์มีความเยี่ยมมาก พระองค์ไปร่วมสงครามตอนเทวดากับอสูร ทำสงครามกัน โดยขึ้นบนหลังหนูเป็นพาหนะ
๖. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์ผู้มีแขนยาว และได้รับการสดุดีโดยพวกยักษ์ กินนร คนธรรพ์ สิทธิ และวิทยาธร เสมอไป
๗. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง มีความจงรักภักดี พระองค์เป็นผู้ประทานความสุขแก่เจ้าแม่อัมพิกา (คือมารดาของพระคเณศ ) และพระองค์ทรงห้อมล้อมไปด้วยมาตฤกา (เจ้าแม่) ทั้งหลายและมีน้ำมันอันไหลย้อยจากศีรษะ
๘. ขอนมัสการ พระคณนายก พระองค์เป็นเทวดาขจัดอุปสรรคทั้งปวง พระองค์ปราศจากอุปสรรคทั้งหลาย พระองค์ทรงประทานความสำเร็จทุกประการ บทสวดทั้งแปดโศลกนี้บุคคลผู้ใดอ่านเป็นประจำ ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จ ความประสงค์ทุกประการผู้นั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิทยา และทรัพย์

อ่านบทสวดแปดโศลกแล้ว อ่านต่ออีก ๒ โศลก


๑. ขอนมัสการพระเทพซึ่งอยู่ในรูปช้าง อยู่ในรูปพระพรหม อยู่ในรูปพระวิษณุ และอยู่ในรูปพระศิวะ
๒. และในการสวดบูชาพระคเณศนี้ (ข้าพเจ้า) ที่ได้กระทำมากหรือน้อย ด้วยการกระทำทั้งหมดของข้าพเจ้านี้ ขอพระสรวาตมา (พระคเณศ) ขอพระองค์ทรงอวยพรแก่ข้าพเจ้าทุกประการเทอญ บทสวดบูชาขอพรที่กล่าวมาทั้งหมด ให้กล่าวบทสวดบูชาก่อนแล้วค่อยขอพร ตามที่ตนเองต้องการ และตั้งจิตให้มั่นให้เป็นสมาธิระลึกถึงองค์พระคเณศผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง ขอให้พระองค์ทรงพระกรุณาประสิทธิ์ประสาทพรให้ตามที่ขอทุกประการ และอย่าลืมพรที่ขอนั้นขอให้ตั้งอยู่บนหลักเหตุและผลในความเป็นไปได้ด้วย
 


พิธีกรรมการบูชาพระพิฆเนศ

การนับถือบูชาพระคเณศในประเทศไทยปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัดในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะว่าพระราชพิธีที่สำคัญ ๆ ในราชสำนักจะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการบูชาพระคเณศประกอบเข้ามาในพิธีต่าง ๆ ดังกล่าวด้วย ซึ่งพิธีกรรมต่าง ๆ ที่มีการบูชาพระคเณศตามคติพราหมณ์ที่ปฏิบัติอยู่ในประเทศไทย สมัยปัจจุบันก็คือ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา พระราชพิธีต่าง ๆ เหล่านี้จะมีการอ่านโศลกสรรเสริญบูชาเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ โดยจะเริ่มด้วยคาถาบูชาพระคเณศก่อนเป็นอันดับแรกสุด ก่อนจะบูชาพระศิวะเสียอีกทั้งนี้เพื่อให้พระคเณศประทานพรให้สามารถทำพิธีนั้น ๆ ให้สำเร็จไปได้ด้วยดี พิธีกรรมที่มีการบวงสรวงบูชาพระคเณศในฐานะเทวรูปประธานในพิธีที่น่าสนใจได้แก่
๑. พระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย พระราชพิธีนี้เป็น ๒ พิธีต่อเนื่องกันคือ พิธีตรียัมปวาย กับ พิธีตรีปวายจะกระทำในเดือนยี่ของทุกปีเป็นเวลา ๑๕ วัน พิธีนี้จัดเป็นพิธีใหญ่ของศาสนาพราหมณ์ และ แต่เดิมจะมีการโล้ชิงช้าด้วย ในพิธีดังกล่าวจะมีการอ่านโศลกสรรเสริญ และถวายโภชนาหารแด่เทพพระเจ้า ณ เทวสถานทั้ง ๓ หลัง คือ สถานพระอิศวร สถานพระคเณศ และ สถานพระนารายณ์ เรียงกันไปตามลำดับ มีการอัญเชิญเทวรูปพระอิศวร พระอุมา พระมหาวิฆเนศวร และ พระนารายณ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมแล้วอัญเชิญมาเข้าพิธีโดยรถยนต์หลวง
๒. พิธีจับเชิงช้างเผือก พิธีนี้เป็นการขอขมาลาโทษต่อช้างที่สำคัญ ซึ่งจะได้เป็นใหญ่เป็นโตต่อไป พิธีนี้ต้องมีการผูกมัดช้างเพื่อฝึกสอนช้าง การฝึกบางครั้งต้องดุหรือลงโทษประกอบด้วย จึงต้องขอขมาเสียก่อน และเพื่อเป็นการกล่อมเกลานิสัยช้างป่าที่ดุร้ายให้เชื่องขึ้น พิธีจับช้างนี้ภายในปะรำพิธีตรงข้ามกับเบญจพาดจะจัดตั้งโต๊ะ หมู่บูชาพระมหาวิฆเนศวรอันประกอบด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ขันน้ำมนต์ (ขันสาคร) และ กำหญ้าคา ถัดไปทางซ้ายตั้งโต๊ะเชือกบาศก์ ชนัก (ขอสับช้าง) และเชือกมะนิลาหุ้มด้วยผ้าขาว พิธีนี้จะมีการบูชาพระรัตนตรัย บูชาพระมหาวิฆเนศวรโดยกราบตามวิธีรำพัดชากล่าวคำสรรเสริญพระมหาวิฆเนศวรและขอพรตามแต่ปรารถนา เสร็จแล้วอัญเชิญพระมหาวิฆเนศวรลงสรงในขันน้ำมนต์ แล้วอัญเชิญกลับไปยังโต๊ะหมู่บูชา น้ำสรงในขันสาครนี้จะใช้ประพรมให้ผู้ฝึกช้างทุกคนถือเป็นสวัสดิพิพัฒน์มงคล
๓. พิธีน้อมเกล้าถวายและพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชในวันพระราชพิธีฯ จะมีการแห่ช้างสำคัญในกระบวนแห่ พราหมณ์จะอัญเชิญพระเทวกรรมเข้าในพิธีด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังโรงพิธี ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธปฏิมาพระชัยหลังช้าง และจุดธูปเทียนบูชาพระเทวกรรม พร้อมกับทรงศีลในตอนท้ายพระราชพิธีนี้ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พราหมณ์คู่สวดอ่านฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างเป็นอันเสร็จพระราชพิธี
๔. พิธีบวงสรวงพระคเณศก่อนการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศ การจัดสร้างพระเมรุมาศเพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และ พระบรมวงศานุวงศ์องค์สำคัญ ๆ ณ บริเวณท้องสนามหลวง ก่อนที่จะดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศจะต้องประกอบพิธีบวงสรวงพระพิฆเนศวรเสียก่อน เพื่อความสวัสดีและการจัดสร้างจะได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจะไม่มีการอัญเชิญพระพิฆเนศวรมาเข้าพิธี แสดงว่าพระพิฆเนศวรจะเกี่ยวกับพิธีทางช่างเท่านั้น (พิธีศพไม่เกี่ยว)
๕. พิธีไหว้ครูทางนาฎกรรมและการช่าง ในทางนาฏกรรมนั้น บรมครูจะปรากฏรูปเคารพในลักษณะของหัวโขนซึ่งจะอัญเชิญมาประกอบวิธีไหว้ครูพร้อมกับเครื่องใช้ในการแสดงต่างๆ หัวโขนที่ใช้ประกอบการแสดงอันได้แก่ ศีรษะของเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ (เทพเจ้าสูงสุด) คือพระอิศวร (ศิวะ) พระพรหม พระวิษณุ (นารายณ์) หรือที่เรียกกันว่าตรีมูรติ และยังมีพระอินทร์ พระคเณศ พระปรคนธรรพ์ พระปัญจสีขร ซึ่งเป็นเทพเจ้าฝ่ายดุริยางค์ศิลป์ โดยเฉพาะศีรษะพระคเณศนั้นจะอัญเชิญไปประดิษฐานไว้โต๊ะหมู่บูชาที่จัดไว้โดยเฉพาะแยกจากศีรษะเทพองค์อื่น ๆ สำหรับการบูชาเป็นพิเศษ ส่วนศิลปะทางการช่างนั้น แม้จะไม่ได้นับถือพระคเณศเป็นเทพสำคัญโดยตรง เช่นเดียวกับพระวิศวกรรม แต่พระคเณศก็มีบทบาทไม่น้อยในพิธีไหว้ครูศิลปะการช่าง ตามคติดั้งเดิมที่ว่า ในการเล่าเรียนศิลปวิทยาการทั้งปวงต้องมีการสวดบูชาพระคเณศก่อน ซึ่งพระคเณศนั้นทางนาฏศิลป์ถือว่ามีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ศึกษาทางการนี้จะเชื่อกันว่าครูแรง หากไม่เคารพบูชาหรือทำการใดๆอันไม่เหมาะสมเป็นการลบหลู่ก็มักจะประสบภัยพิบัติ
๖. การไหว้ครูของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลป์ นาฏศิลป์ สถาบันต่าง ๆ เหล่านี้มีรูปของพระคเณศเป็นตราสัญลักษณ์ ของสถาบันเมื่อมีการไหว้ครู ก็จะต้องไหว้บรมครูทางงานศิลปะคือพระคเณศเสียก่อน โดยจะมีการประกอบพิธีตามรายละเอียดที่กล่าวไว้แล้วในข้างต้น
๗. การบูชาพระคเณศในพิธีคเณศจตุรถี พิธีคเณศจตุรถีหรือพิธีอุทิศต่อพระคเณศนี้เป็นพิธีที่ชาวฮินดูในประเทศอินเดียกระทำกันในวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ดังได้กล่าวรายละเอียดไว้แล้ว
๘. การบูชากราบไหว้พระคเณศของคนธรรมดาทั่วไป การบูชาพระคเณศจากคติความเชื่อของพ่อค้าวาณิชในสมัยโบราณ โดยเฉพาะพ่อค้าชาวอินเดีย จะกราบไหว้บูชาพระคเณศในแง่ของเทพผู้อำนวยความสำเร็จทางการค้าและความร่ำรวย จวบจนกระทั่งปัจจุบันคติความเชื่อดังกล่าวกลับมาได้รับความนิยมกันอีก ดังจะเห็นได้จากบรรดาร้านค้าต่างๆ จะมีหิ้งบูชาพระคเณศ เป็นการบูชาพระคเณศเพื่ออำนวยความสำเร็จและความร่ำรวยทางการค้าให้แก่ผู้บูชาโดยจะบูชาทุกวัน ด้วยผลไม้บ้าง ขนมหวานบ้าง อ้อยควั่น ดอกไม้สีแดงสดใส น้ำนมเปรี้ยว น้ำสะอาด ฯลฯ
 


การบูชาพระพิฆเนศในโอกาสต่าง ๆ

ในพิธีคเณศจตุรถี จะต้องใช้ใบไม้และดอกไม้ต่าง ๆ ถึง ๒๑ ชนิดนำมาบูชาเรียงรายตามลำดับไปทั้ง ๒๑ วัน ตลอดเทศกาลพร้อมทั้งกล่าวคำบูชาไปด้วย (โดยไม่ซ้ำกัน) ดังต่อไปนี้
๑. ใช้ใบมาจีบัตร หรือ ใบมาจี ซึ่งมีชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Imprerata Cylindrica) ตรงกับต้นหญ้าคาของไทย พร้อมกับคำบูชาว่า

“สุขุมาย นมะ มาจีปตรํ ปูชยามิ”

๒. บูชาด้วยใบพฤหตี ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Carissa Carandas) ตรงกับชื่อภาษาไทยว่า หนามแดง มะนาวไม่รู้โห่ หนามขี้แฮด หนามพรหม อยู่ในประเภทของมะเขือพวงหรือมะแว้ง มีสรรพคุณแก้ไอ บรรเทาเจ็บคอและแก้โรคเบาหวาน และมีคำกล่าวบูชาว่า

“ คณาธิปาย นมะ พฤหตีปตรํ ปูชยามิ”

๓. บูชาด้วยใบพิลว คือใบมะตูม มีคํากล่าวบูชาว่า

“อุมาปุตราย นมะ พิลวตรํ ปูชยามิ”

๔. บูชาด้วยใบทูรวา ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Cynodon Daetylon) คือหญ้าแพรก คำกล่าวบูชาว่า

“คชานนาย นมะ ทูรวายุคมํ ปูชยามิ”

๕. บูชาด้วยใบทุตูระ ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Stramonium) คือต้นลำโพง หรือ ชุมเห็ดเทศ ใช้แก้พิษแมลงกัดต่อยได้ดี คำกล่าวบูชาว่า

“หรสูนเว นมะ ทุตตูรปตรํ ปูชยามิ”

๖. บูชาด้วยใบพทรี คือใบพุทรา มีคำกล่าวบูชาว่า

“ลบโพทราย นมะ พทรีปตรํ ปูชยามิ”

๗. บูชาด้วยใบอปามารค ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Achyrantus Aspera) คือต้นพันธุ์งู ใช้รักษาพิษจาก สัตว์กัดต่อย โดยใช้ใบมาคั้นน้ำ มีคำกล่าวบูชาว่า

“คุหาครูชาย นมะ อปามารคปตรํ ปูชยามิ”

๘. บูชาด้วยใบตุลสี คือใบกระเพรา มีคำกล่าวบูชาว่า

“คชกรณาย นมะ ตุลสีปตรํ ปูชยามิ”

๙. บูชาด้วยใบมะม่วง มีคำกล่าวบูชาว่า

“เอกทนตาย นมะ จูตปตรํ ปูชยามิ”

๑๐. บูชาด้วยใบกรวีระ ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า (Thevetia Nerifolium) คือต้นรำเพย หรือ ยี่โถฝรั่ง มีคำกล่าวบูชาว่า

“วิกฏาย นมะ กรวีรปตรํ ปูชยามิ”

๑๑. บูชาด้วยใบวิษณุกรานตะ ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Evolvulus Alisnoides) มีคำกล่าวบูชาว่า

“ภินนทนตาย นมะ วิษณุกรานตปตรํ ปูชยามิ”

“๑๒. บูชาด้วยใบทาฑิมิ คือใบทับทิม มีคำกล่าวบูชาว่า

“วฏเว นมะ ทาฑิมีปตรํ ปูชยามิ”

๑๓. บูชาด้วยใบเทวมารุ ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Cedrus Deodora) ใบเล็กกลมมีกลิ่นหอมป้องกันยุงและแมลงได้ดี มีคำกล่าวบูชาว่า

“สรเวศวราย นมะ เทวทารุปตรํ ปูชยามิ”

๑๔. บูชาด้วยใบมรุวก หรือ มทนา ชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า (Origanum Vulgra) กล่าวคำบูชาว่า

“ผาล จนทราย นมะ มรุวกปตรํ ปูชยามิ”

๑๕. บูชาด้วยใบสินธุวาร คือใบคนทีเขมา มีคำกล่าวบูชาว่า

“เหรมทาย นมะ สินธุวารปตรํ ปูชยามิ”

๑๖. บูชาด้วยใบชาชี คือใบจันทร์เทศ มีคำกล่าวบูชาว่า

“ศุรุกรุณาย นมะ ชาชีปตรํ ปูชยามิ”

๑๗. บูชาด้วยใบคันฑาลิ มีดอกสีขาว มีคำกล่าวบูชาว่า

“สุราครชาย นมะ คณฑาลิปตรํ ปูชยามิ”

๑๘. บูชาด้วยใบสมี มีคำกล่าวบูชาว่า

“อภิวกตราย นมะ สมีปตรํ ปูชยามิ”

๑๙. บูชาด้วยใบอัศวัตถ หรือ อัสสัตถ คือไม้โพ มีคำกล่าวบูชาว่า

“วินายกาย นมะ อศวตปตรํ ปูชยามิ”

๒๐. บูชาด้วยใบอรชุนตรงกับไม้ไทยว่า ต้นสลักหลวง ต้นสลักป่า ต้นยอป่า มีคำกล่าวบูชาว่า

“สุรเสวิตาย นมะ อรชุนปตรํ ปูชยามิ”

๒๑. บูชาด้วยใบอรก คือต้นรักของไทยเรา มีคำกล่าวบูชาว่า

“กปิลาย นมะ อรปปตรํ ปูชยามิ”

คำบูชาพระพิฆเนศ

โอม...พระพิฆเนศวร สิทธิ ประสิทธิเม มหาลาโภ ทุติยัมปิ...พระพิฆเณศวร สิทธิ ประสิทธิเม มหาลาโภ ตะติยัมปิ...พระพิฆเณศวร สิทธิ ประสิทธิเม มหาลาโภ ฯ

บทอธิษฐานขอพร พระพิฆเณศ

โอม...คะชานะนัม ภูตะคะณาธิเสวิตัม กะปิตะถะชัมพูผะละ จารุภักษะนัม อุมาสุตัม โศกะวินาศะ การะกัม นะมามิ วิฆเนศวะระ ปาทะ ปัมกะซัม ฯ

 


 

กลับหน้าคำบูชาเทพเจ้า

        
ไปหน้าพระอุมา            ไปหน้าหลัก

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์