ดีบุก : ธรณีวิทยาแหล่งแร่และสถานการณ์

ประวัติ
"ดีบุก" เป็นแร่เศรษฐกิจที่สำคัญ และมีความเป็นมา ที่สามารถนับย้อนไปจนถึงปี พ.ศ.2061 ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ซึ่งไทยได้ทำสัญญาพระราชไมตรีกับโปรตุเกส โดยให้ตั้งห้างรับซื้อจากภาคใต้ ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการส่งดีบุกเป็นเครื่องราชบรรณาการ ไปถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศล และในปี พ.ศ. 2228 ก็ได้ทำสัญญาให้ฝรั่งเศสค้าขายแร่ดีบุกที่ภูเก็ต และเมืองบริวารได้แต่เพียงผู้เดียว จากหลักฐานเหล่านี้ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ภูเก็ตอาจเป็นบริเวณที่มีการทำแร่ดีบุก เป็นแห่งแรกของเอเซียก็ได้
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์มีการนำเอาเครื่องจักรกลมาช่วยในการทำเหมือง อีกทั้งยังเริ่มการขุดแร่ในทะเลในปี พ.ศ. 2450 โดยกัปตัน เอดวาร์ด ที ไมล์ ชาวออสเตรเลีย ได้นำเรือมาทำการขุดแร่ดีบุกเป็นครั้งแรก ของโลก ที่อ่าวทุ่งคา ทางด้านทิศใต้ของเกาะภูเก็ต นับเป็นการเปิดศักราชการทำเหมืองแร่ดีบุกสมัยใหม่ของไทย ผลผลิตแร่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดีบุกกลายเป็นหนึ่งในสี่ของสินค้าส่งออกหลักของไทย นอกเหนือจากข้าว ไม้สักและยางพารา แต่ทั้งหมดส่งออก ในรูปแร่ดิบ ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ไทยมีโรงถลุงแร่ดีบุกที่ทันสมัยแห่งแรกที่ภูเก็ต จึงมีการนำแร่มาถลุงเป็นโลหะก่อนที่จะส่งออก ราคาแร่ในช่วงนั้นสูงจูงใจให้มีการสำรวจหาแร่ดีบุกกันอย่างกว้างขวางและสามารถค้นพบแหล่งแร่แหล่งใหม่ ๆ ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออก แต่ผลผลิตส่วนใหญ่ยังคงมาจากภาคใต้เช่นเดิม
กิจการเหมืองแร่ดีบุกเริ่มซบเซาเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในปี พ.ศ. 2528 เนื่องจากประเทศผู้ผลิตแร่ดีบุกรายใหม่ คือ บราซิลและจีน เร่งผลิตแร่ออกขายในตลาดโลกมากจนล้นตลาด กองทุนมูลภัณฑ์ กันชนดีบุกระหว่างประเทศไม่อาจพยุงราคาแร่ต่อไปได้และต้องการแทรกแซงตลาดเมื่อ 24 ตุลาคม 2528 ทำให้ราคาแร่ในตลาดโลก ลดต่ำลงมากกว่าครึ่งภายในระยะเวลา 1 ปี เหมืองดีบุกต้องปิดกิจการลงเป็นจำนวนมาก จาก 626 เหมือง เหลือ 292 เหมือง ในปี 2529 และปัจจุบันเหลือเพียง 29 เหมือง จนต้องนำเข้าแร่จากต่างประเทศเพื่อป้อนโรงถลุงที่ภูเก็ต

คุณสมบัติและการกำเนิด
แร่ดีบุกที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชนิดแคสซิเทอไรต์ (cassiterite) มีสูตรเคมีเป็น SnO2 (stannous oxide) ประกอบด้วยธาตุดีบุกและออกซิเจนร้อยละ78 และ 22 ตามลำดับ แร่มีความแข็งเท่ากับ 7 ค่าความถ่วงจำเพาะ 6.8-7.1 มีสีตั้งแต่สีขาว เหลือง ส้ม แดง น้ำตาล ไปจนถึงสีดำ แต่ที่พบมากคือโทนสีค่อนข้างคล้ำจำพวกสีดำ น้ำตาล และน้ำตาลดำ วิธีทดสอบแร่ชนิดนี้อย่างง่ายทำได้โดย วางเม็ดแร่ลงบนจานสังกะสี หยดกรดเกลือเจือจาง (HCI)ลงไป หากเป็นแร่ดีบุกผิวเม็ดแร่จะเปลี่ยนเป็นสีเทาเงิน
หินที่เป็นต้นกำเนิดแร่ดีบุกคือหินแกรนิต จึงมักพบแหล่งแร่ตามแนวเทือกหินชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีการแทรกดันขึ้นมาสัมผัสกับหินข้างเคียง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนสภาพของหิน และมีน้ำแร่หรือสายแร่ เข้ามาประจุอยู่ตามรอยแตกในหินแหล่งแร่ดีบุกในประเทศมี 2 แบบ คือ แบบปฐมภูมิ (primary deposit) ซึ่งจะพบแร่อยู่ในหินต้นกำเหิดเดิม ที่ยังไม่ผุพัง และแบบทุติยภูมิ (secondary deposit) ซึ่งเป็นแบบที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก เกิดจากแร่ดีบุกผุพังหลุดออกจาก ต้นกำเนิดเดิมแล้วพัดพาไปสะสมตัวอยู่ ณ ที่แห่งใหม่
แหล่งแร่แบบแรกยังแบ่งย่อยออกไปได้อีกและมีชื่อเรียกตามลักษณะของการกำเนิด อาทิเช่น ดีบุกแบบฝังประในหินแกรนิต ซึ่งพบที่ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมือง จังหวัดระนองและที่เหมืองทุ่งโพธิ์ จังหวัดสงขลา ดีบุกในสายเพกมาไทต์ (ชาวเหมืองมักเรียกว่า "คลา" หรือ "สายคลา") ที่หมู่เหมืองพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร และหมู่เหมืองในแอ่งกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ดีบุกในสายควอตซ์ ที่หมู่เหมืองปิล๊อก-ราชธน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และดีบุกแบบแปรสภาพโดยการแทนที่ ที่เหมืองปินเยาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เป็นต้น
ส่วนแร่ดีบุกแบบทุติยภูมิที่ผุพังและพลัดไปอยู่ตามไหล่เขาในบริเวณใกล้ต้นกำเนิดเรียกว่า ลานแร่พลัดไหล่เขา หากถูกพัดพาไกลออกไปอยู่ตามเชิงเขาก็เรียกว่า ลานแร่พลัดเชิงเขา หากแร่ถูก พัดพาไปตามทางน้ำ ลำธาร และตกสะสมตัว ในท้องน้ำนั้น ๆ จะเป็นแร่แบบ สะสมตัวตามลำห้วย หรือ ตามหุบเขา และในที่สุดเมื่อแร่ถูกพัดพาไปสะสมตัวในลุ่มแอ่งที่ราบเบื้องล่าง ทำให้เกิด แหล่งแร่แบบที่เรียกว่า ลานแร่
ชั้นกรวด หิน ดิน ทรายที่มีแร่ดีบุกสะสมตัวอยู่เรียกว่า "กะสะ" โดยปกติจะพบว่ามีต้นกำเนิดแร่ อยู่ใกล้ ๆ หรือรองรับอยู่ทางด้านล่าง ในชั้นกะสะมักพบแร่หนักหลายชนิดเกิดปะปนอยู่กับแร่ดีบุกด้วยเสมอ ที่สำคัญและพบบ่อยได้แก่ แร่อิลเมไนต์ โมนาไซต์ ซีโนไทม์ วุลแฟรไมต์ เซอร์คอน รูไทล์ อะนา-เทส และบางบริเวณอาจพบแร่ในตระกูลโคลัมเบียม-แทนทาลัมได้ด้วยโดยเฉพาะแหล่งที่มี ต้นกำเนิดจากสายเพกมาไทต์

แหล่งแร่ดีบุกในประเทศไทย
แร่ดีบุกพบได้ตามแนวเทือกหินแกรนิตแถบบริเวณซีกด้านตะวันตก ตั้งแต่ทางตอนเหนือสุด ไปจนกระทั่งใต้สุดของประเทศ โดยแหล่งแร่กระจายตัวอยู่ใน 3 บริเวณหลัก ๆ คือภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนภาคตะวันออกนั้นพบแร่ดีบุกน้อยมาก
1) ภาคเหนือ พบแร่ดีบุกในเขตจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก และลำพูน มีการกระจายตัวของแหล่งแร่ แบ่งออกเป็นเขตหรือแนวแร่ดีบุกได้ 3 แนวคือ แนวตะวันออก แนวกลาง และแนวตะวันตก
แนวตะวันออก แหล่งแร่กระจายอยู่ตามเทือกหินแกรนิตขุนตาล ซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวจากอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ผ่านเชียงใหม่ ลำปาง จนถึงตาก มีความยาวประมาณ 400 กิโลเมตร แหล่งแร่พบมากทางซีกด้านตะวันออกของเทือกเขาส่วนทางด้านตะวันตกมีแหล่งแร่ฟลูออไรต์ แมงกานีส พลวง และดีบุกเล็กน้อย แร่ดีบุกในแนวนี้มีต้นกำเนิดเดิมมาจากสายควอตซ์เป็นส่วนใหญ่ แหล่งแร่ที่สำคัญเรียงจากเหนือมาใต้ได้แก่ แหล่งดีบุกเวียงป่าเป้า แม่เจดีย์ จังหวัดเชียงราย แหล่งดีบุกสวนสักทุ่งเกวียน ห้วยคัด ผาลาด จังหวัดลำปาง และแหล่งดีบุกแม่ระงอง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
แนวกลาง แหล่งแร่กระจายอยู่ในเทือกหินแกรนิตปายแม่ระมาด พบแร่ตั้งแต่บริเวณอำเภอ ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อเนื่องลงไปทางใต้ ผ่านแม่แจ่ม สะเมิง สันป่าตอง ฮอด อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ลงไปจนถึงอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เป็นระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร แร่ส่วนใหญ่ได้จาก สายเพกมาไทต์/แอไพลต์ แหล่งแร่ที่สำคัญได้แก่ แหล่งดีบุกผามะฮง บ่อหลวงห้วยโม่ง อำเภอแม่แจ่ม แหล่งดีบุกสะเมิง อำเภอสะเมิง เหมืองผาปูน เหมืองยองกือ อำเภอก๋อย และแหล่งดีบุกห้วยนารี อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
แนวตะวันตก แหล่งแร่กระจายตัวอยู่ตามเทือกหินแกรนิตขุนยวม-แม่สะเรียง มีแนวตั้งแต่บริเวณอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่อยลงไปทางใต้ ผ่านแม่สะเรียง และลงไปสิ้นสุดที่แถบบริเวณอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ดีบุกส่วนใหญ่มีกำเนิดจากสายควอตซ์ส่วนแหล่งแร่ที่อยู่ ในแนวนี้ได้แก่ แหล่งดีบุกห้วยหวาย ห้วยนางิ้วและหมู่เหมืองแม่ลามา-ห้วยหลวง จังหวัดแม่ฮ่องสอนและตาก
2) ภาคกลาง เคยมีการผลิตแร่ดีบุกในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และเพชรบุรี ในบริเวณภาคกลางประกอบไปด้วยแนวแร่ดีบุก 2 แนวคือ แนวตะวันตก และแนวตะวันออก
แนวตะวันตก แหล่งแร่กระจายตัวในแนวเทือกหินแกรนิตติดเขตชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่ทางตะวันตกของอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เรื่อยลงไปทางใต้จนถึงเขตของ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แหล่งแร่ในแนวนี้เริ่มที่หมู่เหมืองปิล็อก-ราชธน ต่อลงไปทางใต้ตามแนวชายแดน ผ่านหมู่เหมืองลุ่มห้วยพุพญา-แม่กระบาน เหมืองตะโกปิดทอง จนถึงเหมืองสวนผึ้ง เป็นระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร
แนวตะวันออก พบแหล่งแร่ตามแนวหินแกรนิตที่โผล่เป็นเทือกเขา จากทางด้านเหนือของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ลงไปถึงด้านตะวันตกของอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี และยังโผล่เป็นหย่อม ๆ ต่อเนื่องลงไปถึงอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี แหล่งแร่ในแนวนี้เริ่มที่เหมืองป่าสัก อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ผ่านแหล่งดีบุกโคกตุงกุง เขาทุ่งสว่าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสพรรณบุรี และมาสิ้นสุดที่บริเวณเหมืองอรัญญาและเขาคนึง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีความยาวตลอดแนวประมาณ100 กิโลเมตร และหากนับต่อเนื่องผ่านแหล่งดีบุกห้วยไข่เน่า อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ไปจนถึงแหล่งแร่ดีบุกบ้านท่าลาว เขาดิน เขาตะคร้อคอม อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จะเป็นระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร
3) ภาคใต้ พบแร่ดีบุกได้ทุกจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นแหล่งแบบลานแร่ โดยเฉพาะภูเก็ต พังงา และระนอง ซึ่งเคยผลิตได้สูงถึง ร้อยละ 75 ของผลผลิตแร่ดีบุกรวมทั้งประเทศ ในพื้นที่ภาคใต้มีแนวแร่ดีบุก 2 แนว คือ
แนวตะวันตก แหล่งแร่กระจายตัวตามแนวเทือกหินแกรนิต เริ่มจากด้านตะวันตกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เรื่อยลงไป ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ผ่านชุมพร จากนั้นเลาะเลียบแหลมไทยฝั่งทะเลอันดามัน ผ่านระนอง พังงา ลงไปจนถึงเกาะภูเก็ต ในแนวนี้มีแหล่งดีบุกที่สำคัญได้แก่ แหล่งดีบุกหนองเสือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งดีบุกปากจั่น ละอุ่น หาดส้มแป้น-ทุ่งคา จังหวัดระนอง แหล่งดีบุกนายหูด และหมู่เหมืองพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร แหล่งดีบุกบางม่วง ท้ายเหมือง ในเหล จังหวัดพังงา และหมู่เหมืองในแอ่งกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
แนวตะวันออก แหล่งแร่กระจายเป็นแนวยาวเลียบแถบชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย เริ่มจากเกาะพงัน-เกาะสมุย ต่อลงมาทางใต้ ผ่านเทือกแกรนิตเขาหลวง นครศรีธรรมราช ผ่านตรัง สงขลา ยะลา และนราธิวาส ลงไปจรดเขตประเทศมาเลเซีย แหล่งแร่ที่รู้จักกันดีได้แก่ แหล่งดีบุกเกาะพงัน-สมุย แหล่งดีบุก บ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี แหล่งดีบุกร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช แหล่งดีบุกทุ่งโพธิ์-ทุ่งขมิ้น จังหวัดสงขลา แหล่งดีบุกห้วยยอด-ลำเพะ จังหวัดตรัง และเหมืองปินเยาะ จังหวัดยะลา เป็นต้น

แนวโน้มดีบุกในประเทศไทย
แนวโน้มดีบุกในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากภาพรวมของปริมาณแร่สำรอง การใช้ และกำลังการผลิตในปัจจุบันแล้ว คาดว่าราคาของดีบุกของโลกน่าจะมีเสถียรภาพอยู่ในระดับ 20 ริงกิตต่อกิโลกรัม และอาจมีแนวโน้มที่จะไต่ระดับขึ้นในอนาคตต่อไป หากไม่มีการค้นพบแหล่งแร่ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ ในบริเวณส่วนต่าง ๆ ของโลกเพิ่มขึ้นอีก ราคาแร่ดีบุกในตลาดโลกปัจจุบันเป็นระดับราคาที่คุ้มทุนสำหรับการทำเหมืองในประเทศไทย แต่บางส่วนอาจมีปัญหาเรื่องการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ ทางด้านเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีได้พยายามเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ไขโดยลำดับ และหากราคาโลหะดีบุกขึ้นสูงกว่านี้ แร่ดีบุก อาจหวนกลับมาเป็นแร่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศอีกครั้งหนึ่งในอนาคต

ที่มา: กองเศรษฐธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี
โทร.202-3851

[ Back ]

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์