แร่ตะกั่วของไทย

แร่ตะกั่วเป็นแร่ที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่เริ่มแรกของยุคประวัติศาสตร์ และมีหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงว่ามีการใช้โลหะตะกั่วทำเหรียญกษาปณ์สำหรับการซื้อขายในประเทศจีนเมื่อกว่า 4,000 ปีมาแล้ว ชาวกรีกและโรมันโบราณก็รู้จักใช้โลหะตะกั่วทำท่อน้ำมานานกว่า 2,000 ปี นอกจากนี้ยังมีการพบเหมืองแร่เงินและตะกั่วในแหล่งอารยธรรมโบราณทั่วโลกเช่น ในประเทศอินเดีย จีน เปอร์เซีย และประเทศในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันมนุษย์ใช้โลหะตะกั่วมากเป็นอันดับ 5 ของบรรดาโลหะทั้งหมด คือรองจากเหลือกอะลูมิเนียม ทองแดง และสังกะสี

ในประเทศไทยก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ว่ามีการใช้ประโยชน์จากแร่ตะกั่วมานับพันปีเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพบหลักฐานการผลิตแร่ตะกั่วในหลายพื้นที่ หลักฐานดังกล่าวได้แก่ หลุมขุดแร่แฝดที่เรียกว่า"หลุมสองท่อ" อุโมงค์ทำเหมืองขนาดเล็ก เศษเตาหลอมโลหะทีใช้สกัดเอาเงินที่ปนอยู่ในสินแร่ตะกั่วโลหะตะกั่วรูปกรวยที่เรียกว่า "ตะกั่วนม"และเบ้าหลอมตะกั่วทำด้วยหินและดินเผาเป็นต้น การหาอายุไม้ค้ำยันอุโมงค์โดยวิธีธาตุคาร์บอน-14 พบว่า เหมืองแร่บริเวณนี้มีอายุอยู่ระหว่าง 300-1500 ปี

การทำเหมืองยุคปัจจุบันในบริเวณเดียวกันนี้ ได้เริ่มอย่างจริงจังเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2492 โดยการเจาะงันตามสายแร่ หรือทำเหมืองหาบ เพื่อเก็บเอาแร่ตะกั่วที่พลัดมาไม่ไกลจากแหล่งเดิมและตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา เหมืองแร่ส่วนใหย่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำเหมืองไปเป็นเหมืองอุโมงค์ พร้อมกับมีการลงทุนสร้างโรงลอยแร่ และโรงถลุงแร่ขึ้น ขณะนี้ แหล่งแร่ตะกั่วในบริเวณอำเภอทองผาภูมิ ยังเป็นแหล่งแร่เดียวในประเทศที่มีศักยภาพสูงและมีการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแร่ตะกั่ว

ตะกั่วเป็นโลหะหนัก สีเทาวาว สีจะหมองลงเมื่อถูกอากาศชื้น สูตรเคมีของตะกั่วคือ Pb โดยมีหมายเลขอะตอม 82 และน้ำหนักอะตอม 207.2 เมื่อบริสุทธิ์ตะกั่วจะอ่อนจนใช้เล็บขูดเข้าสามารถทำให้โค้งงอและตีเป็นแผ่นได้ มีความเหนียว(malleability) และความลื่น (lubricty) ดี ขีดกระดาษติดเป็นสีเทา จุดหลอมเหลวเท่ากับ 327.4 องศาเซลเซียส ความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 11.4 และมีความคงทนต่อการกัดกร่อนตามธรรมชาติ และการกัดกร่อนของกรดได้ดี

ตะกั่วบริสุทธิ์ที่เกิดตามธรรมชาติมีอยู่น้อยมาก โดยทั่วไปมักพบตะกั่วในรูปสารประกอบ เช่น สารประกอบซัลไฟด์ ซัลเฟต ซิลิเกต และคาร์บอเนต เป็นต้น ในธรรมชาติสารประกอบเหล่านี้จะอยู่ในรูปของแร่ต่าง ๆ หลายชนิด แร่ที่เป็นสารประกอบซัลไฟด์มักพบเป็นแร่ปฐมภูมิ ในขณะที่แร่ที่เป็นสารประกอบคาร์บอเนต ซัลเฟต และซิลิเกต มักเป็นแร่ทุติยภูมิ แร่ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการถลุงโลหะตะกั่ว ได้แก่ แร่กาลีนาและแร่เซรัสไซต์

จากคุณสมบัติของตะกั่วที่ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดกำมะถันในอุณหภูมิปกติ ประกอบกับราคาถูกเมื่อเทียบกับโลหะอื่น ๆ และพบเป็นจำนวนมากในบริเวณต่าง ๆ ของโลก ทำให้ตะกั่วเป็นโลหะชนิดเดียวที่นิยมใช้ทำแผ่นเก็บประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่รถยนต์ตะกั่วยังเป็นโลหะที่มีความคงทนต่อขบวนการกัดกร่อนตามธรรมชาติไม่ว่าจะอยู่ใต้ดิน บนดิน และในน้ำทะเลดังนั้น จึงใช้ในการผลิตตะกั่วแผ่นและตะกั่วแท่งสำหรับการก่อสร้างฐานรากและการก่อสร้างต่าง ๆ อีกหลายอย่าง รวมทั้งใช้ทำเปลือกหุ้มสายเคเบิลขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ใต้ดิน และในทะเล

โลหะตะกั่วสามารถสกัดกั้นกัมมันตรังสีได้ดี จึงสามารถใช้ทำฉากกั้นการแผ่กระจายของกัมมันตรังสีในกิจการเกี่ยวกับรังสีวิทยา นอกจากนี้ยังใช้เป็นรงควัตถุในอุตสาหกรรมสี เช่นทำสีแดงสำหรับเคลือบโลหะ ทำสีขาวกันสนิม ทำสีเคลือบเครื่องปั้นดินเผา และเครื่องแก้ว ทำลวดบัดกรี ทำหัวกระสุนปืน ใช้เป็นสารเคมีสำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดพีวีซี ใช้ในงานหล่อโลหะ และทำโลหะผสมต่าง ๆ

หากจะแบ่งปริมาณการใช้ตะกั่วตามประเภทการใช้งานจะพบว่าร้อยละ 63 ของตะกั่วที่ผลิตได้ จะใช้ในการผลิตแบตเตอรี ร้อยละ 14 ใช้ในการผลิตสารเคมีสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกพีวีซี ร้อยละ 8 ใช้ในการผลิตตะกั่วแท่งและตะกั่วแผ่นสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ร้อยละ 4-5 ใช้ในการผลิตสายเคเบิล และร้อยละ 3 ใช้ในการผลิตอาวุธและกระสุนปืน

ธรณีวิทยาแหล่งแร่

แหล่งแร่ตะกั่วในประเทศไทยสามารถจำแนกโดยลักษณะการเกิดได้ 2 แบบใหญ่ ๆ คือ แหล่งแร่ปฐมภูมิ(primary deposit) และแหล่งแร่ทุติยภูมิ (secondary deposit) ซึ่งแหล่งแร่ทั้งสองแบบมีกระบวนการเกิดที่แตกต่างกันพอสรุปได้ดังต่อไปนี้

แหล่งแร่ปฐมภูมิ

แหล่งแร่แบบนี้ให้สินแร่ที่เป็นตะกั่วซัลไฟด์(pbs) มักจะมีเพื่อนแร่สำคัญปนอยู่ด้วยได้แก่แร่สังกะสี แคดเมียม พลวง และเงิน แหล่งแร่ที่เกิดแบบนี้เท่าที่พบในประเทศ ไทยสามารถจำแนกได้ 3 แบบ คือ

1. แหล่งแร่สะสมตัวในชั้นหินอุ้มแร่(stratabound deposit) แหล่งแร่แบบนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับกระบวนการเกิดหินอัคนี แต่แหล่งหินต้นกำเนิดของแร่ตะกั่วจะเป็นแอ่งตะกอนที่มีชั้นหินดินดานหรือหินดินดานเนื้อปูนที่มีความเข้มข้นของธาตุตะกั่วสูงน้ำเกลืออุ้มอนุมูลโลหะ metal-bearing brines) ที่มีอนุมูลธาตุตะกั่วและสังกะสีในแอ่งถูงแรงกดตามธรรมชาติ บีบอัดให้เข้าไปแทรกตัวอยู่ตามแนวชั้นหินปูนในบริเวณใกล้เคียง เมื่อมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก เกิดการโค้งงอของชั้นหิน และเกิดรอยแตก รอยเลื่อนในชั้นหิน แร่เหล่านี้จะถูกบีบให้ไปสะสมตัวตกผลึกใหม่ตามช่องว่างต่าง ๆ เช่น ตามแนวรอยแตก รอยเลื่อน และตามยอดสันของแนวโค้งงอของชั้นหิน โดยปกติแล้วจะมีแร่อื่นเกิดร่วมด้วย ได้แก่แร่สังกะสี แบไรต์ ไฟไรต์ และแจสเพอร์ แหล่งแร่แบบนี้จะจำกัดตัวเองอยู่ในชั้นหินใดชั้นหนึ่งโดยเฉพาะ สำหรับประเทศไทยมักจะเกิดร่วมกับหินปูนของขุคออร์โดวิเซียน แหล่งแร่แบบนี้จะให้แหล่งแร่ขนาดใหญ่และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ แหล่งแร่ที่สำคัญในประเทศได้แก่ แหล่งแร่ตะกั่ว-สังกะสี ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

2.แหล่งแร่แบบสการ์น (skarn deposit) แหล่งแร่แบบนี้เกิดจากหินอัคนีแทรกซอน (intrusive rocks) จำพวกหินแกรนิตแทรกดันตัวเข้าไปในหินคาร์บอเนต ทำให้เกิดกระบวนการแปรสภาพโดยการแทนที่ (contact metasomatism) ระหว่างหินทั้งสองเกิดเป็นหินสการ์น (หินซิลิกาปนปูน) เนื่องจากอนุมูลซิลิกอนและโลหะต่าง ๆ จากหินแกรนิตเข้าไปแทนที่หินปูนในรูปแบบต่าง ๆ ผลลัพธ์ของกระบวนการจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบเดิมของทั้งหินแกรนิตและหินปูน แร่ตะกั่ว-สังกะสีที่สะสมตัวภายในหินสการ์นเหล่านี้ จะเป็นแร่พวกซัลไฟด์ ออกไซด์ และอาจมีแร่กลุ่มซิลิเกตของโลหะชนิดอื่น ๆ เกิดร่วม สำหรับแหล่งแร่แบบนี้ในประเทศได้แก่ แหล่งแร่สังกะสี-ตะกั่ว-ทองแดง บ้านยางเกี๋ยง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และแหล่งแร่ตะกั่ว เขาถ้ำพะลุ ตำบลถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตาร์ จังหวัดยะลา

3. แหล่งแร่แบบสาย (vein-deposit) แหล่งแร่แบบนี้สัมพันธ์กับการที่หินแกรนิตแทรกดันเข้าไปในหินข้างเคียง น้ำแร่ร้อน (hydrothermal fluid) อันประกอบด้วยของเหลวและก๊าซ ผสมอนุมูลโลหะต่าง ๆ จากหินแกรนิตจะแทรกเข้าไปในช่องว่างของหินท้องที่ เช่น ตามแนวรอยเลื่อน รอยแตก และแนวชั้นหินทำให้เกิดการสะสมตัวของโลหะต่าง ๆ ตามช่องว่างดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นแบบตกผลึกบรรจุตามช่องว่างในหิน (cavity filling) หรือแบบแทนที่เนื้อหิน (replacement) หรือทั้งสองแบบคละกัน แหล่งแร่นี้มีลักษณะเป็นสาย เป็นกระเปาะ และเป็นเลนส์ แร่ที่พบมักเป็นแร่ซัลไฟด์ที่มีโลหะผสมหลายชนิดปะปนกัน (polymetallic ores) โดยอาจจะมีแร่เหล็ก ทองแดง และดีบุก เกิดร่วมอยู่ด้วย และมักพบสายแร่ควอตซ์อยู่ในบรเวณแหล่งแร่ ตัวอย่างของแหล่งแร่แบบนี้คือแหล่งแร่ตะกั่วแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และแหล่งแร่ตะกั่ว-สังกะสี จังหวัดเลย

แหล่งแร่ทุติยภูมิ

แหล่งแร่แบบนี้เกิดจากการที่แร่จากแหล่งปฐมภูมิถูกพาขึ้นมาอยู่ใกล้ผิวดิน เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกในภายหลัง อิทธิพลของน้ำบาดาลซึ่งอยู่ที่ระดับตื้นจะทำให้เกิดกระบวนการซึมละลาย (leaching)และ/หรือ ขบวนการเพิ่มออกซิเจน (oxidizing) ในแหล่งแร่นั้น ๆ แร่ซัลไฟด์ที่เป็นแร่ปฐมภูมิจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นแร่ใหม่ ที่เป็นสารประกอบออกไซด์ คาร์บอเนต และซิลิเกต

การทำเหมืองแร่และการแต่งแร่

แหล่งแร่ตะกั่ว-สังกะสีในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีการทำเหมือง 2 แบบ คือ แบบเหมืองหาบ และแบบเหมืองอุโมงค์

การทำเหมืองหาบ

กระทำในบริเวณที่แร่อยู่ใกล้ผิวดิน คือเป็นแร่ทุติยภูมิ แหล่งแร่มีอยู่ 2 ลักษณะคือ แร่ที่ผสมอยู่ในดินและหินผุ มีความเข้มข้นของธาตุตะกั่วในดินระหว่างร้อยละ 5-15 และแร่ที่อยู่ในหินแข็ง การทำเหมืองเริ่มจจากการเปิดหน้าดินออกจนถึงชั้นแร่ แล้วนำดินและหินผุปนแร่ไปล้างในพาลอง จากนั้นนำไปผ่านเครื่องคัดแร่แบบเกลียวหมุน (spiral classifier) เพื่อปรับให้แร่มีความเข้มข้นของธาตุตะกั่วร้อยละ 30-35 และนำไปเข้าเครื่องลอยแร่โดยน้ำยาเคมีจนแร่มีความเข้มข้นของธาตุตะกั่วมากกว่าร้อยละ 65 แล้วจึงนำไปถลุงที่บริษัทโลหะตะกั่วไทย อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้ผลิตโลหะตะกั่วจากสินแร่ตะกั่วคาร์บอเนตรายเดียวของประเทศไทย

การทำเหมืองอุโมงค์

จะทำในบรเวณที่มีแร่อยู่ลึกและเป็นแร่ปฐมภูมิได้แก่แร่ตะกั่วซัลไฟด์ การเทำเหมืองใช้การขุดเป็นอุโมงค์ลงไปหาสายแร่แล้วใช้ระเบิดแร่ตามสายแร่ นำแร่ที่ได้มาบดจนมีขนาดประมาณ 200 เมช จากนั้นนำแร่ไปแต่งด้วยเครื่องลอยแร่โดยน้ำยาเคมี ให้แร่มีความเข้มข้นของธาตุตะกั่วมากกว่าร้อยละ 65 แล้วนำส่งจำหน่ายยังต่างประเทศต่อไป เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถถลุงแร่ตะกั่วชนิดนี้ในประเทศได้

เหมืองแร่ในบริเวณนี้จัดเป็นเหมืองอุโมงค์ที่ดำเนินการตามหลักวิชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะเป็นต้นแบบของการทำเหมืองใต้ดินในบริเวณนี้ ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ทำเหมืองได้เป็นอย่างดี



ที่มา : กองเศรษฐธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี
โทร.202-3851


[ Back ]

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์