ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ

กล้องถ่ายภาพแต่ละแบบ มีลักษณะภายนอกและระบบกลไกภายในกล้องต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการนำไปใช้งาน และคุณภาพของกล้อง โดยทั่วไปกล้องแต่ละชนิดก็มีส่วนประกอบที่สำคัญที่คล้ายคลึงกันซึ่งจะขอนำมากล่าวในที่นี้ คือ

ตัวกล้อง (Camera body)

ตัวกล้องทำหน้าที่เป็นห้องมือขนาดเล็ก ป้องกันแสงสว่างที่ไม่ต้องการเข้าไปภายในกล้องและยังทำหน้าที่ติดตั้งชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ ของกล้องอีกด้วย ลักษณะของตัวกล้องอาจเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยม แบนหรือรูปทรงต่าง ๆ กันออกไป แต่ที่สำคัญคือภายในกล้องจะฉาบเอาไว้ด้วยสีดำ เพื่อป้องกันการสะท้อนของแสง

เลนส์ (Lens)

เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากแก้วหรือพลาสติค ซึ่งอาจจะเป็นเลนส์นูนอันเดียว หรือเป็นชุดของเลนส์นูนและเลนส์เว้าที่ประกอบเข้าด้วยกันเป็นชุดก็ได้ เลนส์ทำหน้าที่หักเหแสงซึ่งสะท้อนจากวัตถุให้ไปตัดกันเกิดเป็นภาพจริงหัวกลับ บนระนาบฟิล์ม ชิ้นแก้วทุกชิ้นประกอบขึ้นเป็นเลนส์นั้น ได้รับการจัดทำขึ้นอย่างปราณีตตามทฤษฎี เพื่อรวม แสงและหักเหแสง นอกจากนี้ยังออกแบบมาให้สามารถแก้ไขการเพี้ยนของสีและการคลาดเคลื่อนของรูปทรงให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ดังนั้นเลนส์จึงเป็นหัวใจสำคัญของกล้อง

ไดอะแฟรม(Diaphragm)

เป็นแผ่นโลหะสีดำเล็ก ๆ หลาย ๆ แผ่นประกอบกัน ติดตั้งอยู่ระหว่างชุดของเลนส์ทำหน้าที่ในการ เปิด - ปิด ช่องตรงกลางเรียกว่า รูรับแสง (Aperture) เพื่อควบคุมปริมาณแสงที่จะผ่านเข้าไปในกล้องได้มากน้อยตามความต้องการ โดยมีปุ่มหรือก้านบังคับติดอยู่ที่กรอบรูปวงแหวนรอบกระบอกเลนส์ เมื่อหมุนปรับวงแหวนนี้ก็จะมีกลไกไปบังคับปรับขนาดรูรับแสงได้ ตัวเลขที่บอกค่าปริมาณแสงที่ผ่านเข้ากล้อง ที่แสดงไว้ที่กระบอกเลนส์นั้นเรียกว่า เอฟ - นัมเบอร์ (f-number) หรือ เอฟ- สต๊อป (F - stop) เช่น f/1.4 ,f/5.6 F/ เป็นตัวย่อของคำว่า "factor" ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างความยาวโฟกัสของเลนส์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสง ( เอฟ- นัมเบอร์ที่มีค่ามาก การเปิดเลนส์จะเล็ก และถ้า เอฟ- นัมเบอร์มีค่าน้อย การเปิดเลนส์จะกว้าง)

ชัตเตอร์(Shutter)



เป็นกลไกอัตโนมัติในการเปิด-ปิด หน้ากล้องตามเวลาที่กำหนดไว้เพื่อให้แสงผ่านไปปรากฏบนฟิล์มในระยะที่ต่างกัน ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter speed) นี้ก็คือ เวลาที่ฉายแสงลงบนฟิล์มนั้นเอง


ชัตเตอร์มีอยู่ 2 แบบ คือ
1. ชัตเตอร์ไดอะเฟรม หรือชัตเตอร์ระหว่างเลนส์

2. ชัตเตอร์ม่าน ระบบกลไกควบคุมระยะเวลาเปิดปิดเพื่อให้แสงไปปรากฏลงบนฟิล์มนั้น สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้หลายความเร็ว เวลาเปิด ปิดแบ่งออกเป็นเศษส่วนของวินาที ตัวเศษของวินาทีเป็น 1 เสมอ B ,1, 2, 4, 8, 15, 30, 60, 125, 250, 500, 1,000,……. ตัวเลขที่แสดงค่าความเร็วของชัตเตอร์นี้ จะพบเป็นปุ่มบนตัวกล้องหรือบนกระบอกเลนส์ ซึ่งจะมีลูกศรชี้ค่าที่ตั้งไว้ ผู้ถ่ายสามารถหมุนปรับได้ตามที่ต้องการ หากตัวเลขบอกความเร็วชัตเตอร์ยิ่งมาก หมายถึงความเร็วชัตเตอร์ยิ่งเร็วมาก จะเป็นผลให้แสงเข้าไปในกล้องได้ระยะเวลาอันสั้น แสงจึงมีความเข้มน้อย แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าความเร็วชัตเตอร์ยิ่งน้อย ก็จะทำให้แสงเข้าไปในกล้องได้มากขึ้น การตั้งความเร็วชัตเตอร์ จะต้องเพิ่มหรือลดความเร็วในแต่ละขั้น (step) พอดี การเพิ่มหรือลดความตัวเลขที่อยู่ถัดไปจะมีผลต่อการเพิ่มหรือลดความเร็วเป็น 2 เท่าของกันและกัน เช่นจาก 30 เป็น 60 ดังนั้น ปริมาณแสงที่ผ่านเลนส์ไปตกบนฟิล์มก็จะมีปริมาณน้อยลงหรือมากขึ้นเป็นสองเท่าด้วย นอกจากตัวเลขแล้ว ยังมีตัว "T"และ "B" ใช้ในการถ่ายภาพที่ต้องการความเร็วช้ากว่า 1 วินาที กล่าวคือ เมื่อตั้งไว้ที่ B ชัตเตอร์ค้างอยู่ตลอดเวลาเมื่อกดชัตเตอร์ จนกว่าจะปล่อยมือที่กดชัตเตอร์ไว้ ชัตเตอร์จึงจะปิด (B ย่อมาจาก Ball) นิยมใช้ในการถ่ายภาพที่มีแสงน้อย เช่นเวลากลางคืน ในอาคารสถานที่ ส่วน T นั้นชัตเตอร์จะเปิดค้างไว้เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์โดยสามารถถอดนิ้วมือได้เลย จนกระทั่งเรากดปุ่มชัตเตอร์ซ้ำครั้งที่สอง จึงจะเปิด
3. ช่องมองภาพ (View finder)

เป็นฉากรับภาพที่ผู้ถ่ายมองดูภาพวัตถุผ่านกล้อง เพื่อช่วยในการปรับภาพและจัดวางองค์ประกอบ ในช่องมองภาพประกอบไปด้วย เข็มเครื่องเครื่องวัดแสง ตัวเลขบอกค่าหน้ากล้อง และความเร็วชัตเตอร์

4.เครื่องหาระยะชัด (Range finder)

ตามปรกติกล้องจะมีกลไกในการปรับภาพที่เห็นในช่องมองภาพให้สัมพันธ์กับเลนส์ถ่ายภาพ ผู้ถ่ายภาพต้องหมุนปรับวงแหวนที่กระบอกเลนส์จนภาพของวัตถุในช่องมองภาพชัดเจน ภาพที่จะปรากฏบนฟิล์มก็จะชัดด้วย

5.คานเลื่อนฟิล์ม (Film advance lever)

มีลักษณะเป็นคานหมุนหรือวงแหวน ทำหน้าที่เคลื่อนฟิล์มที่ถูกฉายแสงแล้วให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า เพื่อให้ฟิล์มที่ยังได้ถ่ายเลื่อนมาแทนที่

6.ปุ่มล่นไกชัตเตอร์ (Shutter release button)

มักจะอยู่ในตำแหน่งที่กดปุ่มชัตเตอร์ได้สะดวก ในขณะที่มือถือกล้องอยู่ โดยมากจะอยู่ในส่วนบนด้านขวาของกล้อง เมื่อกดปุ่มนี้จะมีกลไกทำใหชัตเตอร์ทำงานเปิด-ปิดได้

7.วงแหวนหาโฟกัส (Focusing knob)

การปรับหาระยะชัดของวัตถุนั้น จะมีตัวเลขแสดงระยะของวัตถุ มีหน่วยเป็นฟุตหรือเมตรไว้บนวงแหวนที่ขอบเลนส์ทุกตัว ทั้งนี้เพื่อใช้ตรวจสอบระยะโฟกัส โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถหาระยะโฟกัสจากช่องมองภาพได้

8.ตัวเลขบอกค่าความชัดลึกของภาพ (Depth of field)

เลนส์แต่ละตัวจะมีตัวเลขบอกค่าความชัดลึกของภาพ ซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปตามค่าของหน้ากล้องและระยะที่โฟกัสภาพนั้น ๆ ตามปรกติจะบอกค่าเป็นตัวเลขหน้ากล้องเรียงตามลำดับทั้งด้านซ้ายและขวาของหัวลูกศรบนขอบเลนส์ด้านบนหรือล่าง

9.ตัวเลขบอกจำนวนภาพ (Film counter number)

เป็นช่องหน้าต่างเล็ก ๆ บอกจำนวนภาพที่ถ่ายไปแล้วให้ผู้ถ่ายสามารถตรวจเช็คได้

10.ปุ่มตั้งความไวแสงของฟิล์ม (Film speed dial)

ปุ่มตั้งความไวแสงจะมีตัวเลขบอกค่าความไวแสงของฟิล์ม มีหน่วยเป็น ASA หรือ ISO แสดงไว้ให้ผู้ถ่ายเลือกตั้งให้เหมาะกับฟิล์มที่ใช้ โดยเฉพาะกล้องถ่ายรูปที่มีเครื่องวัดแสงแบบติดตั้งในตัวกล้อง หรือกล้องที่มีระบบการปรับหน้ากล้องหรือความเร็วชัตเตอร์โดยอัตโนมัติ เนื่องจากปุ่มตั้งความไวแสงนี้จควบคุมระบบกลไกในกล้องให้มีความสัมพันธ์กับความไวแสงของฟิล์มที่ใช้

11.ฐานเสียบแฟลช (Hot shoe)

เป็นช่องสำหรับการเสียบฐานแฟลชเข้ากับตัวกล้อง ซึ่งปกติจะมีหมุนสัมผัสระหว่างวงจรในตัวกล้องกับการปล่อยไฟแฟลชโดยอัตโนมัติด้วย

12.ช่องเสียบสายแฟลช (Flash socket)

จะใช้ในกรณีที่ต้องการใช้แฟลชแยกออกจากตัวกล้อง หรือเมื่อต้องการใช้สายแฟลชต่อเชื่อม

13.คานตั้งเวลาถ่ายด้วยตัวเอง (Self times lever)

ใช้ในการตั้งเวลาถ่ายภาพแทนปุ่มล่นไกชัตเตอร์ เวลาใช้ต้องตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง แล้วง้างไกหมุนไปจนสุดแนว เมื่อต้องการจะถ่ายก็กดที่ปุ่มลั่นไกชัตเตอร์หรือปุ่มควบคุม

กลับหน้าหลัก

นำมาจาก  http://www.rbac.ac.th/course/filesdownload/pr_rbac%20on%20rbac/index.htm

ฟิสิกส์ราชมงคลขอขอบคุณมากครับ

แผ่นใสการเรียนการสอน

    วิทยุกระจายเสียง  จำนวน 21  แผ่น  คลิกครับ

    วิทยุโทรทัศน์  พร้อมกับการเกิดของช่องทีวีต่างๆในประเทศไทย  จำนน  38  แผ่น  คลิกครับ

   ภาพยนตร์  พร้อมจุดตั้งต้นของภาพยนตร์   จำนวน  43   แผ่น  คลิกครับ

 

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ